หมูอบไมโครเวฟ

posted on 01 Jun 2010 20:55 by pale-shadeone
  สืบเนื่องจากสงสัยตัวเอง ว่าทำไมถึงต้องขึ้นด้วยคำว่า สืบเนื่องจาก ทุกเอนทรี่ มันติดเป็นนิสัยน่ะ ช่างมันเหอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า เมื่อสองวันก่อนได้สันในหมูมาเส้นนึง เลยคิดจะทำอะไรแบบง่ายๆ กิน ก็เลยมาลงที่หมูอบธรรมด๊า หน้าตามันเลยออกมาเป็นดังเช่นในรูป,
 
 
   เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูหน้าดารานักแสดงในวันนี้กันเลยดีกว่า
 
  1. สันในหมู
  2. กระเทียม
  3. ซีซีิ้วขาว
  4. เกลือ
  5. น้ำตาล
  6. พริกไทย
  7. ซอสหอยนางรม
  ดารานักแสดงมาแล้ว 3, 2, 1, เดินกล้องได้,
 
  ฉากที่ 1. เริ่มด้วยการล้างเนื้อหมูให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่ถ้วยพักไว้
  ฉากที่ 2. หมักหมูกระเทียมสับละเอียด ซีอิ้ว พริกไทย เกลือ น้ำตาล ซอสหอยนางรม พักไว้ 10-15 นาทีให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปในหมู (แต่ผมหมักทิ้งไว้ข้ามคืนเลย)
  ฉากที่ 3. นำเข้าไมโครเวฟ ปิดฝา อบประมาณ 5 นาที ก็พร้อมรับประทานได้,
 
  ก็เป็นอันปิดกล้องไปเรียบร้อย กับเมนูหมูอบไมโครเวฟ วันนี้ก็ไม่มีอะไรจะเขียน ก็ขอลากันแต่เพียงเท่านี้ครับ...

  สืบเนื่องจากอารมณ์ที่นึกอยากทำของหวาน ก็เลยลองนั่งค้นนั่นค้นนี่ไปเรื่อยๆ เข้าเว็บนั้น ออกเว็บนี้ จนในที่สุด ก็มาลงเอยเอาที่พุดดิ้งจนได้ เพราะเห็นว่าง่ายดี ก็เลยลองทำเป็นพุดดิ้งโยเกิร์ตดูละกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ก็ออกมาหน้าตาเป็นเช่นนี้แล

 

 

  ก็เป็นพุดดิ้งโยเกิร์ตแบบง่ายๆ ที่ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย แต่ว่ารสชาติของมัน เป็นอะไรที่ไม่ง่ายตามไปด้วยเลย เอาเป็นว่เราไปดูตัวละคร สำหรับบทนี้กันเลยดีกว่า (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เช่นเคย)

 

  1.  นม (อยากกินพุดดิ้งรสอะไร ก็ใช้นมรสนั้น อย่างกรณีนี้เป็นพุดดิ้งโยเกิร์ต เลยเลือกใช้นมเปรี้ยวรสผลไม้รวม ประหยัดเวลาได้เยอะนะเออ)

  2.  โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (สำหรับพุดดิ้งโยเกิร์ต ถ้าเป็นพุดดิ้งนม พุดดิ้งช็อคฯ ธรรมดาไม่ต้องใช้ก็ได้)

  3. แป้งข้าวโพด

 

  ที่ต้องใช้ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละครับ ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า แค่นี้แล้วมันจะกลายเป็นพุดดิ้งนิ่มๆ หยุ่นๆ ได้ยังไง เอาเป็นว่าเราเริ่มเดินกล้องให้นักแสดงของเราทั้งสามกันดีกว่า

  องก์ที่ ๑ เริ่มจากการเทนมใส่ลงไปในภาชนะทนไฟ พร้อมกับโยเกิร์ต คนให้เข้ากัน จากนั้นเข้าไมโครเวฟ 1 นาที ให้นมเริ่มร้อน ถ้าใครชอบหวาน จะใส่น้ำตาลไปตัดรสเปรี้ยวของนมก็ไม่ว่ากัน

  องก์ที่ ๒ ใส่แป้งข้าวโพดลงไปประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ คนให้แป้งละลายจนหมด อย่าให้มีแป้งจับเป็นก้อน เพราะไม่งั้นจะทำให้เนื้อพุดดิ้งมีก้อนแป้งแข็งๆ ไม่น่ารับประทาน

  องก์ที่ ๓ นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 2-3 นาที เอาออกมาคนทุกๆ 30 วิ หรือ 1 นาที เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จนนมเริ่มข้นและหนืด

  องก์ที่ ๔ เทใส่แก้วสำหรับเสิร์ฟ หรือถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วพักไว้ให้เย็น รอจนเนื้อพุดดิ้งเซ็ตตัว ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

  แถมท้าย จากข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมได้ เขาว่าให้ตีไข่แดง กับวิปครีมลงไปผสม จะทำให้เนื้อพุดดิ้งเนียนขึ้นนะเออ ส่วนถ้าใครอยากทำพุดดิ้งรสอื่น ก็เปลี่ยนเป็นนมรสนั้นๆ อย่างรสช็อคโกแลต หรือรสกาแฟ ฯลฯ หรือถ้าอยากทำท็อปปิ้งจำพวกน้ำเชื่อม หรือคาราเมลมาราดหน้า ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

 ก็เป็นอันว่าการแสดงชุดโฮมเมดพุดดิ้งแบบง่ายๆ ก็ขอเอวังแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ...

  สืบเนื่องจากเมื่อตอนเช้าของขึ้น เช็ดไมโครเวฟหลังจากไม่ได้เช็ดมานาน

ประกอบกับการที่อยู่บ้านคนเดียว ทำให้โรคเบื่อแกงถุงกำเริบ

ในหัวคิดเมนูไป 108 ลงท้ายเลยลองทำมักกะโรนีดูละกัน

หลังจากนั่งร่างรายละเอียดคร่าวๆ ก็เลยออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับพิธีกรรมในครั้งนี้มา,

ซึ่งอุปกรณ์ในพิธีมีดังนี้, (ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้)

 

1.  มักกะโรนี

2. ชีสแผ่น

3. เห็ดแชมปิญอง

4. แฮม

5. ซอสมะเขือเทศ

6. เกลือ

7. น้ำมันพืช

8. เนย

 

หลังจากที่หาข้าวของที่จำเป็นสำหรับพิธีกรรมในครั้งนี้ได้แล้ว เราก็เริ่มกระทำพิธีได้,

เริ่มจากการต้มมักกะโรนีให้สุก ซึ่งคนไม่มีเตาแก็สอย่างผม ก็ได้ไปอันเชิญหม้อหุึ้งข้าวมาช่วย ใส่น้ำลงไปในหม้อหุงข้าวพอประมาณ กะดูให้น้ำเริ่มร้อนใส่มักกะโรนีลงไป ใส่เกลือกะน้ำมันพืชลงไปนิดหน่อย ไม่ให้เส้นมักกะโรนีติดกัน

 

ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วก็คน เพื่อไม่ให้มันติดกัน แล้วก็ปิดฝาต่อไปอีกประมาณ 5 นาที ดูว่าเส้นมักกะโรนีเริ่มหนึบๆ แบบที่เรียกว่า อัลเดนเต้ (Al Dente) ก็ใช้กระชอนกรองเอาแต่ตัวเส้น ล้างน้ำเย็นแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันพืชลงไปนิดหน่อย ไม่ให้เส้นมันติดกันด้วยนะ

 

ทาเนยให้ทั่วภาชนะทนความร้อน นำไปอบประมาณ 30 วินาที ให้เนยละลาย เอาแฮมและเห็ดที่เตรียมไว้ ลงไปคลุกกะเนย ปิดฝาอบประมาณ 1 นาที

 

เรียงเส้นมักกะโรนีไว้ด้านล่างสุดของถ้วย ตามด้วยแฮมและเห็ดที่เราผัดไว้ ชั้นบนปิดหน้าด้วยชีสแผ่น ถ้ามีชีสก้อน จะขูดใส่ลงไปด้วยก็ได้ตามแต่ศรัทธา ใส่ชีสมากอร่อยมาก ใส่ชีสน้อยก็อร่อยน้อย ไม่ใส่เลยก็ยังอร่อยได้ ไม่ว่ากัน

 

จากนั้น นำไปอบจนชีสเริ่มละลาย พอชีสละลาย นำออกมาคนให้ทั่ว ก่อนที่ชีสจะเริ่มเย็น ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที ให้ชีสเย็นตัว ชีสจะเหนียวนุ่ม น่ากินที่สุดในสามโลก จะราดซอสมะเขือเทศ พริกไทย หรือออริกาโน่กับโรสแมรี่ ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด,

 

และนี่ ก็เป็นมักกะโรนีแฮมเห็ดอบชีสแบบง่ายๆ สไตล์ของผมเอง,

สำหรับมื้อนี้ ก็คงต้องเอวังแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ,